จุดยืน = ยืนบนจุด?

posted on 30 Jun 2009 15:25 by all-dinary

[โห้ อัพบล๊อก 2 วันติด ดีใจ...น้ำตาจะไหล (เว่อ!) ไม่คิดว่าจะทำได้ในเวลาแบบนี้]

 

'จุดยืน' คืออะไร...

มันต่างกับ 'ที่ยืน' มั้ย...

 

คำว่า'ที่ยืน'ฟังดูเหมือนมันจะใหญ่กว่า'จุดยืน' .... มั้ย?

หากว่าเรามีจุดยืน แต่มันกลับทำให้เราไม่มีที่ยืนล่ะ เราจะทนยืนบนจุดเล็กๆคนเดียว ต่อไปมั้ย

หรือจะทิ้งจุดเล็กๆนั่นไปซะ เพื่อจะได้ยืนบนพื้นที่กว้างๆ กับคนอื่นๆ

 

ไม่ใช่แบบนั้นหรอก....

การที่เราทิ้งจุดยืนไป มันจะทำให้เราหายไปเลยต่างหาก... ละลายหายไปกับจุดยืนของคนอื่น เราว่านะ ฮะๆๆๆ

 

นึกภาพออกมั้ย... ว่าเราทุกคนมีจุดยืนของตัวเอง ขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่ๆเราอยากเข้าไปยืน

มันรับจุดยืนของเราได้หรือเปล่า

ถ้าไม่ได้ล่ะ...

จะทิ้งจุดยืนที่ว่านั่นไป เพื่อกระโดดลงไปบนพื้นที่นั้นเหรอ  อย่างน้อยๆก็มี 2 แบบ

แบบแรก  คือหลอกตัวเองว่าทิ้งมันไปแล้ว หลอกตัวเองว่า

..เรายืนได้ เพราะเราไม่มีจุดยืนอะไรนั่น เราทิ้งมันไปแล้ว.. ทั้งที่จริงๆยังมีมันอยู่

ใช่ เราได้ที่ยืน แต่เป็นที่ที่ขัดแย้งกับจุดยืนของเราเอง เรายังคงอยู่บนจุด และก้าวเท้าออกไปข้างนอกไม่ถนัดนัก

แบบที่สอง การทิ้งมันไปจริงๆ ...ซึ่งเราว่ายาก ...ได้ที่ยืน แต่เรากลับว่างเปล่า

 

เราเชื่อว่าทุกคนต่างก็มีจุดยืนของตัวเอง และจุดยืนที่ว่านั่นแหละ น่าจะเป็นตัวบอกว่าที่ๆเราควรยืน อยู่ตรงไหน

แต่ก็นั่นแหละ ...สมมตินะ ถ้าเปลี่ยนจากการทิ้งจุดยืนของเรา ไปเป็นการขยายจุดยืนของเราให้มันกว้างหน่อย

ทำให้มันยืดหยุ่นได้บ้าง ก็น่าจะทำให้เราหาที่ยืนได้ง่ายขึ้น มีที่ยืนที่กว้างขึ้น

เอาไว้วิ่งเล่นกับคนที่มีจุดยืนคล้ายกันกับเราได้ ...เราว่านะ


แล้ว... ถ้ามีใครที่มีจุดยืนชัดเจนเอามากๆ ไม่สามารถเข้าไปยืนในพื้นที่ไหนได้เลย

ถ้ามั่นใจว่าสามารถยืนบนจุดเล็กๆนั่นคนเดียวได้

ก็เชิญ... แต่จุดที่ไม่ยืดหยุ่นนั่น มันน่าจะเล็ก ระวังล้ม

ถ้าล้มแล้วลุกได้ก็แล้วไป

แต่ถ้าไม่....  แล้วต้องการคนช่วยพยุงละก็ ลองพิจารณาจุดยืนของตัวเองดู

 

มีคนเคยบอกว่า สิ่งที่ยากกว่าการหาที่ยืน คือทำใจรับที่ยืนของเราให้ได้

ซึ่งเราขอเข้าใจเอาเองว่า มันหมายถึงการรับจุดยืนบางอย่างที่แตกต่างของคนที่ยืนอยู่ที่เดียวกันกับเรา

และเมื่อได้ยืนในที่ชอบ ที่ชอบแล้ว ก็อย่าไปเดินเหยียบเท่าใครเข้าล่ะ!

...

 

เงอะ... เขียนจนจบล่ะ ยังไม่ได้นิยามคำว่า 'จุดยืน' กับ 'ที่ยืน' เลยเนาะ

ตกลงมันคืออะไรนะ (เออ ดี ...มั่วมาจนจบเลยแฮะ)

"ว้าาา... อยากอัพบล๊อกจังเลยย แต่จะอัพเรื่องอะไรดีน้าาา....."

....

....

"ไม่เอาละ คิดไม่ออก นอนดีกว่า เอิ๊กๆ"

 

เป็นแบบนี้มาเกือบสองเดือน

สองเดือนที่ดองบล๊อกเอาไว้ ไม่รู้ว่าจะดองเอาโล่หรืออย่างไร...

 

วันนี้ทนไม่ได้แล้วว จะอัพบล๊อก ถึงจะยังคิดเรื่องไม่ได้ก็เถอะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

 

ฮัดชิ้ววว....

เนื่องจากว่า โรงเรียนหยุด 2 สัปดาห์!!! เพราะไข้หวัดหมู

 

ข่าวครั้งแรกในคืนวันที่ 28

"เนื่องจากมีเด็กคนหนึ่งเป็นไข้หวัดหมู พรุ่งนี้เช้าจึงไม่มีการเรียนการสอน เพราะจะมีหมอมาตรวจ กักบริเวณนักเรียนทุกคนให้อยู่ภายในหอพัก ห้ามออกมาเพ่นพ่าน"

เออเนอะ ทั้งร.ร.ก็มีกันอยู่ 60 คนเนี่ยย คงจะติดกันหมดแล้วมั้งง ดีค่ะ ดีมากก มาเร็วๆหน่อยนะคุณหมอขา..

 

ข่าวครั้งที่สอง

"ผอ.เปลี่ยนใจ พรุ่งนี้ให้ผู้ปกครองมารับกลับได้เลยสำหรับคนที่ไม่ต้องการรอหมอ หยุดเรียน 2 วัน"

ฮะ... เอางั้นเลยเหรอ หยุด 2 วัน กลับไปนอนบ้านคืนเดียวเนี่ยนะ ค่าน้ำมันรถไป-กลับนี่ไม่ต้องกินข้าวกันพอดี

งั้น... งั้นหนูขออยู่หอค่ะ รอคุณหมอขาด้วย เนอะ เพื่อนๆ

 

ข่าวที่สาม ตามมาติดๆ

"บังคับนักเรียนกลับบ้านทุกคน ห้ามอยู่หอ ไม่มีหมอมาตรวจแล้ว โรงเรียนจะส่งนักเรียนกลับบ้านแต่เช้า เรื่องระยะเวลาที่จะหยุดเรียน จะแจ้งให้ทรายภายหลัง"

อ้าววว แล้วคุณหมอขาของหนูไปไหน! โอ้ววว โน่ววว คุณหมอขาาาา

ช่วยมายืนยันทีว่าหนูไม่ได้เป็นหมู เอ้ยย!! ไข้หวัดหมู

ดีมากค่ะ คุณหมอไม่มายืนยัน ถ้าหนูเอาโรคกลับไปแพร่ อย่าว่ากันนะ

(เฮ้ยย ล้อเล่นน่ะ)

 

ข่าวที่สี่ ในบ่ายวันนี้

"โรงเรียนหยุดทั้งสัปดาห์ ม.5 ใครที่ยังแข็งแรงดีอยู่ เจอกันวันศุกร์นี้ 9 โมงเช้า ไปโคราช"

อาทิตย์หน้ามีค่ายม.5ต่อ แล้วก็วันหยุดโรงเรียนที่จะหยุดอยู่แล้ว รวมๆแล้ว หยุด 2 สัปดาห์พอดี

เยี่ยม!!! แล้วปิดเทอมจะเหลือแค่อาทิตย์เดียวมั้ยนะ คุณครูขาาา

 

อยากรู้จัง จะมีคนไปค่ายกี่คน

ชั้นแหละคนนึง ฮ่าๆๆๆ แข็งแรงดีแน่นอ .. ฮัดเช้ยยยย! ...อน (โอยย)

 

สุดท้ายนี้ อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพ ไม่ต้องไปตามติดเทรนเป็นหมู เอ้ยย ไข้หวัดหมูนะ

หรือใครที่อินเทรนไปแล้วก็ขอให้หายไวๆ

 

(ว้าวว ในที่สุดก็อัพบล๊อกจนได้ ถึงจะไร้สาระไปหน่อย ฮ่าๆๆ) 

 

ฟินแลนด์ดิ้งง

posted on 02 May 2009 01:01 by all-dinary

ไปฟินแลนด์มา...

เชิญดูรูปโม่ๆได้ที่ http://alldinary.multiply.com/

(เวลาไปเที่ยวมา เขาอัพบล๊อกกันยังไงเหรอ??)

Image Hosted by Upload.TARAD.com

การเดินทางไกลไฟฟินแลนด์ ...

1.เก้าอี้เครื่องบิน ไม่เหมาะสำหรับคนตัวสั้น

2.การเดินทาง อย่างน้อยน่าจะมี 'สิ่งที่เราอยากได้กลับมา' กันคนละอย่าง

3.พักที่โฮสเทลสิ ถ้าอยากได้อะไรดีๆ

4.แต่ต้องมี skill ทำอาหารค่อนข้างสูง เพราะค่าอาหารตามร้านแพงจริงๆ ให้ตายสิ!

5.เยลลี่สีดำ รสชาติแย่มาก!

6.เฮลซิงกิเขาว่าเล็ก เดินวันเดียวทั่ว ...มันก็จริง แต่ถ้าจะเดินให้ทั่วภายในวันเดียวจริงๆก็เอาเรื่องอยู่

คงต้องก้มหน้าก้มตาเดินอย่างเดียวล่ะ

7.การเดินทางคนเดียว ทำให้เราได้ไปที่ๆอยากไป และใช้เวลากับมันได้มากเท่าที่เราต้องการ

ไม่ต้องไปตามทางของคนอื่นที่เราไม่อยากไป และต้องคอยประณีประนอมความชอบของแต่ละคน

8.แต่การเดินทางเป็นกลุ่มก็สนุกไปอีกแบบ ทำให้เราไม่ต้องคิดอะไรฟุ้งซ่าน (555)

9.ซอสมะเขือเทศมหัศจรรย์!! ถ้าskillทำอาหารยังไม่เข้าขั้น ซอสมะเขือเทศช่วยคุณได้

10.เดินเที่ยวในเมือง แนะนำให้พกน้ำเหมือนเดินทางไกลค่ายลูกเสือ ซื้อเอาตามทางมันแพง!

11.รถไฟหรูยังกับเครื่องบิน

12.ห้องน้ำสาธารณะส่วนใหญ่ มีทิชชู่เหลือเฟือ

13. และที่ฉีดก้นในห้องน้ำส่วนใหญ่ จะต้องเปิดก๊อกน้ำที่อ่างล้างมือก่อน ปรับความอุ่นได้ด้วย!สบายจัง~

14.ในวันหยุด เช่นวันอาทิตย์ เมื่องทั้งเมืองจะกลายเป็นเมืองร้าง 

15.ที่นี่ รถจะหยุดให้คนข้ามถนน 'เสมอ'

16.ภายใต้หิมะฟูๆ นุ่มๆ เราไม่รู้เลยว่าข้างใต้จะเป็นถนน  เป็นเศษแก้ว บ่อน้ำ ขยะ หรือ ขี้!!

17.วันที่ท้องฟ้าแจ่มใส จะหนาวกว่าวันที่ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยเมฆ

18.การอ้าปากพูดว่า Hi ! กับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มันก็ยากเหมือนกันนะ

19.การได้กินอาหารในร้านอาหารดีๆในเฮลซิงกิ ทำให้เรารู้สึกเหมือนเราเป็นเศรษฐี ซึ่งหลังจากจ่ายค่าอาหารไป

เราจะกลายเป็นยาจก!

20.ข้อความน้ำเน่าๆที่ว่า "ชีวิตเปรียบเสมือนการเดินทาง" เห็นจะจริง

21.เจอคุณยายฝาแฝดแต่งตัวเหมือนกัน เดินด้วยกัน น่ารักจังเล้ย > <

22.เฮลซิงกิมีชาวพังค์เยอะเหมือนกันนะ

23.ระวังลมพัด มันจะหนาวมาก แม้อุณหภูมิจะไม่ได้ติดลบ

     23.1 จะทำให้หน้าแห้งและด้าน

     23.2 ปากแตก เจ่อ และห้อย

     23.3 หูแข็งและหักออกมาได้ และอาจจะหักออกไปโดยไม่รู้ตัว

     23.4 มือไร้ความรู้สึก ไม่สามารถหยิบจับอะไรได้ และไม่สามารถชักมือออกมาจากกระเป๋าได้ 

     25.5 ไม่รู้สึกว่าขณะนั้นน้ำมูกกำลังไหลเข้าปาก เพราะจมูกชา เป็นที่อนาถใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

24. เพราะฉะนั้น วันที่อากาศหนาวและลมแรง ควรมีผ้าพันคอเผื่อเอาไว้ปิดหน้า

เขาจะได้ไม่รู้ว่าน้ำมูกไหลไปถึงไหนแล้ว ควรใส่หมวกปิดหู เพราะถ้ามันหักจะได้เอากลับมา

ต่อใหม่ได้! พกวาสลินไปด้วย กันหน้าด้าน ปากเจ่อ

25. จ๊บ